แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย 2482 พิมพ์ 3 ชาย บล็อกสระอูตูดมน


เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย 2482 พิมพ์ 3 ชาย บล็อกสระอูตูดมน ครูบาเจ้าศรีวิชัย  2482 
ด้านหน้า
มีเส้นขนแมวคม ๆ ใต้เอ็นคอ
มีเส้นขนแมวคม ๆ บริเวณนี้
สระอูตูดมน
มีเส้นชายจีวร 3 ชาย จึงเรียกพิมพ์ 3 ชาย
ขอบเหรียญเป็นปั้มขอบกระบอก
ด้านหลัง
ขอบเหรียญลึกคมชัด
ห่วงเป็นเหรียญหูเชื่อม
อักษรยันต์ลึกคมชัดทุกตัว
เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย มีเนื้อเงิน ทองแดง และทองฝาบาตร ด้านหน้าเหรียญมี 2 พิมพ์ คือพิมพ์ 3 ชายและพิมพ์ 2 ชาย
เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย พิมพ์ 3 ชาย แยกออกเป็น 2 บล็อก คือ บล็อกสระอูตูดแหลม และบล็อกสระอูตูดมน เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย พิมพ์ 3 ชาย ได้รับความนิยมมากกว่าครูบาเจ้าศรีวิชัย 2482พิมพ์ 2 ชาย ปัจจุบันพบของปลอมเลียนแบบจำนวนมาก การเช่าหาต้องพิจารณาถึงความคมชัดของอักขระยันต์ และเส้านขอบด้านหน้าและด้านหลังต้องลึกคมชัด
เหรียญครูบาเจ้าศรีวิชัย พิมพ์ 3 ชาย และพิมพ์ 2 ชาย เป็นเหรียญปั้มข้างกระบอก ชนิดเชื่อม









วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตราบใดสายน้ำปิงไม่ไหลคืน


"ตราบใดสายน้ำปิงไม่ไหลคืน จะไม่เหยียบแผ่นดินเชียงใหม่ตราบนั้น"...

นี่เป็นคำวาจาสิทธิ์ที่"ครูบาศรีวิชัย"ได้กล่าวไว้กับหลวงศรีประกาศ หลังจากที่ท่านพ้นข้อกล่าวที่ถูกทางคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่กล่าวร้าย นับว่าเป็นวาจาสิทธิ์ที่ออกมาจากปากนักบุญแห่งล้านนาไทย ก่อนที่ครูบาศรีวิชัยจะกลับสู่เมืองลำพูนจนกระทั่งวาระสุดท้ายของท่าน...

กาลต่อมา เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของครูบาศรีวิชัย ผู้ช่วยพัฒนาศาสนสถานที่ชำรุดทรุดโทรม กลับคืนสู่อดีตที่เจริญรุ่งเรือง บรรดาเจ้านายฝ่ายเหนือ พระสงฆ์ พ่อค้า ข้าราชการและประชาชน จึงมีการลงประชามติจัดสร้าง “อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย”...ขึ้น

อนุสาวรีย์นี้สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ หล่อเท่าองค์จริงในท่ายืน จัดสร้างและออกแบบโดยช่างของกรมศิลปากร...การสร้างดำเนินการสร้างเสร็จเรียบร้อย แต่คณะกรรมการไม่สามารถนำเอาขึ้นไปประดิษฐานที่เชียงใหม่ได้ เล่ากันว่าเมื่อจะเอาขึ้นไปคราวใด มักจะเกิดอุปสรรคและปัญหาเสมอ...

จนเวลาได้ล่วงเลยไปนานหลายปี “หลวงศรีประกาศ” ทนรอต่อไปไม่ไหว จึงได้นำเอาดอกไม้ไปบูชา นัยว่าเพื่อเป็นการบอกกล่าวอัญเชิญ และตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่า...

“แม้จะมีเหตุขัดข้องอย่างไร ก็จะต้องจัดการเอาขึ้นไปให้ได้...”
ซึ่งก่อนจะนำขึ้นไปหลวงศรีประกาศ ได้โทรเลขสั่งชาวเชียงใหม่เตรียมขบวนแห่มารอรับที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อได้เวลาจึงอัญเชิญรูปหล่อครูบาศรีวิชัยขึ้นรถด่วนเชียงใหม่ บรรดาคณะสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนและเจ้านายฝ่ายเหนือได้ร่วมกันจัดขบวนแห่มารอรับอย่างคับคั่งและทำการเฉลิมฉลองสมโภชอย่างยิ่งใหญ่...

และในวันที่รูปหล่อครูบาศรีวิชัยถูกอัญเชิญถึงจังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง... “ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ประชาชนซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับแม่น้ำแม่ปิงต้องจดจำได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน”....คือ....

“กระแสน้ำปิงได้ไหลบ่า หวนย้อนกลับคืนขึ้นเหนือ กระแสน้ำได้นองท่วมท้นจนเต็มเขื่อนภูมิพล ท่วมถึงเขตอำเภอฮอด.....”

สัจจวาจาของ “ครูบาศรีวิชัย” ที่ได้กล่าวไว้... "แม้แต่ธรรมชาติก็ยังไม่สามารถขัดขวางได้..."

การที่กระแสน้ำปิงได้ไหลย้อนกลับขึ้นไปนั้น เนื่องจากทางการสั่งปิดเขื่อนเพื่อใช้งานเป็นครั้งแรก ในการกักเก็บน้ำสำหรับผลิตพลังงานไฟฟ้าและเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรได้มีไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง..

”คำพูดของท่านครูบาศรีวิชัยที่ท่านได้เอ่ยไว้กับหลวงศรีประกาศ...เมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และแม้กระทั่งท่านใกล้จะมรณภาพที่ก็ยืนหยัดในวาจาสิทธิ์ของท่าน...ที่เป็นปริศนาซึ่งไม่มีผู้ใดจะคาดคิด….”

จะว่าเป็นเหตุบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่จะคิดกันไป....แต่มันก็เป็นเหตุการณ์ที่คนทั่วไปกล่าวกันว่าอัศจรรย์ยิ่งนัก....

“เขื่อนภูมิพลเปิดใช้ น้ำปิงไหลคืนขึ้นเหนือ.. สมดั่งคำวาจาสิทธิ์ของครูบาศรีวิชัยและท่านครูบาฯก็ได้ขึ้นมาที่เชียงใหม่จริง 

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ประวัติโดยย่อ ครูบาเจ้าศรีธรรม 1


ครูบาศรีวิชัย เป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือของประเทศไทย (ล้านนา) ว่าเป็น "ตนบุญ" หรือ "นักบุญ" อันมีความหมายเชิงยกย่องว่าเป็นนักบวชที่มีคุณสมบัติพิเศษ อาจพบว่ามีการเรียกอีกว่า ครูบาเจ้าศรีวิชัย พระครูบาศรีวิชัย ครูบาศีลธรรม หรือ ตุ๊เจ้าสิลิ

ครูบาศรีวิชัย เดิมชื่อ เฟือน หรืออินท์เฟือน บ้างก็ว่าอ้ายฟ้าร้อง เนื่องจากในขณะที่ท่านถือกำเนิดนั้นปรากฏฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ส่วนอินท์เฟือนนั้น หมายถึง การเกิดกัมปนาทหวั่นไหวถึงสวรรค์หรือเมืองของพระอินทร์ ท่านเกิดในปีขาล เดือน 9 เหนือ (เดือน 7 ของภาคกลาง) ขึ้น 11 ค่ำ จ.ศ. 1240 เวลาพลบค่ำ ตรงกับวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ที่หมู่บ้านชื่อ "บ้านปาง" ตำบลแม่ตืน (ปัจจุบันคือตำบลศรีวิชัย) อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 ของนายควาย นางอุสา

ในสมัยที่ครูบาศรีวิชัยหรือนายอินท์เฟือนยังเป็นเด็กอยู่นั้น หมู่บ้านดังกล่าวยังกันดารมาก มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มากโดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยง ในช่วงนั้นบ้านปางยังไม่มีวัดประจำหมู่บ้าน จนกระทั่งเมื่อนายอินท์เฟือนมีอายุได้ 17 ปีได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ ครูบาขัตติยะ เดินธุดงค์จากบ้านป่าซางผ่านมาถึงหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านจึงนิมนต์ท่านให้อยู่ประจำที่บ้านปาง แล้วชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างกุฏิชั่วคราวให้ท่านจำพรรษา ในช่วงนั้น เด็กชายอินท์เฟือนได้ฝากตัวเป็นศิษย์ และเมื่ออายุได้ 18 ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ อารามแห่งนี้โดยมีครูบาขัตติยะเป็นพระอุปัชฌาย์

3 ปีต่อมา (พ.ศ. 2442) เมื่อสามเณรอินท์เฟือนมีอายุย่างเข้า 21 ปี ก็ได้เข้าอุปสมบทในอุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาในการอุปสมบทว่า สิริวิชโยภิกฺขุ มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย

เมื่ออุปสมบทแล้ว สิริวิชโยภิกขุก็กลับมาจำพรรษาที่อารามบ้านปางอีก 1 พรรษา จากนั้นได้ไปศึกษากัมมัฏฐานและวิชาอาคมกับครูบาอุปละ วัดดอยแต อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ต่อมาได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของครูบาวัดดอยคำอีกด้วย และอีกท่านหนึ่งที่ถือว่าเป็นครูของครูบาศรีวิชัยคือ ครูบาสมณะ วัดบ้านโฮ่งหลวง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน

ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด โดยที่ท่านงดการเสพ หมาก เมี่ยง บุหรี่ โดยสิ้นเชิง ท่านงดฉันเนื้อสัตว์ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 26 ปี และฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ซึ่งมักเป็นผักต้มใส่เกลือกับพริกไทเล็กน้อย บางทีก็ไม่ฉันข้าวทั้ง 5 เดือน คงฉันเฉพาะลูกไม้หัวมันเท่านั้น นอกจากนี้ท่านยังงดฉันผักตามวันทั้ง 7 คือ

วันอาทิตย์ ไม่ฉันฟักแฟง,
วันจันทร์ ไม่ฉันแตงโมและแตงกวา,
วันอังคาร ไม่ฉันมะเขือ,
วันพุธ ไม่ฉันใบแมงลัก,
วันพฤหัสบดี ไม่ฉันกล้วย,
วันศุกร์ ไม่ฉันเทา (อ่าน "เตา"-สาหร่ายน้ำจืดคล้ายเส้นผมสีเขียวชนิดหนึ่ง),
วันเสาร์ ไม่ฉันบอน


นอกจากนี้ผักที่ท่านจะไม่ฉันเลยคือ ผักบุ้ง ผักปลอด ผักเปลว ผักหมากขี้กา ผักจิกและผักเฮือด-ผักฮี้ (ใบไม้เลียบอ่อน) โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดงดได้ การบำเพ็ญกัมมัฏฐานจะเจริญก้าวหน้า ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง ธาตุทั้ง 4 จะเป็นปกติ ถ้าชาวบ้านงดเว้นแล้วจะทำให้การถือคาถาอาคมดีนัก

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

ครูบาศรีวิชัย 17 บล็อกนิยมสุด เศียรหนาม 7 แตก บ.จุด


ครูบาศรีวิชัย 17 บล็อกนิยมสุด เศียรหนาม 7 แตก บ.จุด นิยม สวยๆครับ..... (พิมพ์นิยม) เนื้อทองแดง เป็นเหรียญที่สร้างน้อยและเป็นรุ่นที่มีประสบการณ์สูงทางด้านเสน่ห์เมตามหานิยม ฯลฯ ประวัติการสร้าง เหรียญครูบาศรีวิไชย วัดบ้านปาง จัดสร้างเมื่อปี 2517 โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล เป็นองค์ประธาน และคุณนิตย์ พงษ์ลัดดา เป็นผู้ดำเนินการสร้าง ช่างผู้บรรจงแกะแม่พิมพ์ คือ ช่างยิ้ม ยอดเมือง ช่างผู้มากด้วยฝีมือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป พระเถราจารย์ผู้ร่วมพิธีพุทธาภิเษก ล้วนแต่เป็นพระอริยะสงฆ์ ดังมีรายนามดังต่อไปนี้ อาทิเช่น ครูบาพรหมจักร วัดพระพุทธบาทตากผ้า ครูบาอินทจักร์ วัดน้ำบ่อหลวง ครูบาคำแสน คุณาลังกาโร วัดป่าดอนมูล ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย หลวงพ่อสิม พุทธาจาโร วัดสันติธรรม ( หรือที่รู้จักว่าปัจจุบัน คือ หลวงพ่อสิม วัดถ้ำผาปล่อง ) ครูบาชัยวงศ์ษา วัดพระบาทห้วยต้ม ครูบาทึม วัดจามเทวี ครูบาสุรินทร์ วัดศรีเตี้ย ครูบาสิงห์ชัย วัดป่าซางงาม ครูบาสุข วัดป่าซางน้อย เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง และท่านเจ้าคุณพระเทพสารเวที เจ้าคณะภาคเหนือธรรมยุต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นั่งปรกในพิธี เริ่มพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๑๗ เวลา 21.19 น. ณ.วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามคำรณเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ความอัศจรรย์ พระจันทร์ทรงกลดส่องแสงทอจ้า ทั่วบริเวณงานพิธีพุทธาภิเษก วัดถุมงคลทีจัดสร้างขึ้น จำนวนจัดสร้าง 1.เหรียญทองคำ จำนวนจัดสร้าง 9 เหรียญ 2.เหรียญเงิน จำนวนจัดสร้าง 579 เหรียญ 3.เหรียญนวะโลหะ จำนวนจัดสร้าง 3559 เหรียญ 4.เหรียญทองแดง จำนวนสร้าง 5625 เหรียญ 5.ล็อคเก็ตลงหิน จำนวนสร้าง 227 อ้นเท่ากับจำนวน ศีล 227 ข้อ รายละเอียดการตอกโค้ตเหรียญ เหรียญทองคำและเงิน เป็นเหรียญไม่มีหู เหรียญทองคำไม่มีการตอกโค้ต เหรียญเงิน และล็อคเก็ตมีการตอกโค้ตตัว "ศ" และ "ช" เหรียญทองแดงตอกตัว "จ" เหรียญนวะโลหะตอกตัว "ศ" เหรียญรุ่น ๑๗ นี้มีสองพิมพ์คือ 1.พิมพ์เศียรหนาม 2.พิมพ์เศียรโล้น พิมพ์เศียรหนามเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าพิมพ์เศียรโล้น และมี่จำนวนสร้างมากว่าพิมพ์เศียรโล้น โดยสรุปได้ดังนี้ เหรียญทองคำ เหรียญเงิน เหรียญทองแดง เป็นพิมพ์เศียรหนามทั้งหมด มีเพียงเหรียญนวะโลหะและทองแดงที่มีสองพิมพ์ ซึ้งพิมพ์เศียรโล้น จากการสร้างทั้งหมดของรุ่นนี้ มีเพียงประมาณ 500 เหรียญเท่านั้น สาเหตุที่ต้องทำสองพิมพ์ก็เนื่องจากในการปั๋มเหรียญพอจำนวนใกล้ครบตามกำหนด แม่พิมพ์เกิดชำรุด จึงมีการนำเหรียญพิมพ์เศียรหนามมาถอดพิมพ์ และปั๋มขึ้นใหม่เป็นพิมพ์เศียรโล้น และเมื่อปั๊มได้เพียงประมาณ 500 เหรียญก็ครบตามจำนวนที่กำหนดทำให้เหรียญพิมพ์เศียรโล้นมีเพียงประมาณ 500 เหรียญ

ครูบาศรีวิชัย 2482

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คาถาบารมี ๙ ชั้น บารมี ๓๐ ทัศ (ครูบาศรีวิชัย


คาถาบารมี ๙ ชั้น บารมี ๓๐ ทัศ (ครูบาศรีวิชัย)

จากการบอกเล่ามีเนื้อความว่า …ครั้งหนึ่ง สมัยครูบาศรีวิชัยเจ้าออกเดินธุดงส์ไปตามตางแถบภาคเหนือ ในตอนท่านเดินตางผ่านโต้งนาแห่งหนึ่ง ท่านก็ได้ปะเถียงนาหรือห้างนาหลัง เถียงนาหลังนั้นถูกไฟไหม้แต่ไฟไหม้บ่หมด ยังเหลืออยูู่ตรงใจคา ท่านก็เข้าไปผ่หันใส่ปั๊บสาใบลานเหน็บอยู่ตั๊ดชายคา เขียนด้วยตั๋วเมือง ซึ่งเป็นคาถาบารมี ๓๐ ทัศ มาจนถึงปัจจุบันนี้…

สาธุ สาธุ สาธุ พระปัญญาปารมีสามสิบตั๊ด สาธุพระปัญญาปาระมีวังแวดล้อม วิริยะปาระมีล้อมระวังดี ศีลปาระมีบังหอกดาบ เมตตาปารมีผาบแป๊ทังปืน ทานนะปาระมีหื้อเป๋นผืนตั้งต่อ อุเบกขาปาระมีหื้อก่อเป๋นเวียง สัจจะปาระมีแวดระวังดีเป๋นใต้ ขันติปารมีก๋ายเป๋นหอกดาบบังหน้าไม้และปืนไฟ อธิฐานะปารมีผันผาบไปทุกแห่ง แข็งๆ แรงๆ ผายปราบฝูงหมู่มาร ผีสางพรายเผด ทุกทวีปภพถีบผั้งผายหนี นางธรณีอัศจรรย์ โสสะหมื่นผันอยู่ข้าง น้ำนทีนองกว้างต่อกว้างแตกตีฟองนานองนานอก เป๋นเข้าตอกดอกไม้ถวายบูชาพระแก้วแก่นไม้สะทัน พระพุทธังจุ่งมาผายโผดอนุญาโตดโผดผู้ข้าแต๊ดีหลี แม่ธรณีออกมารีดผมอยู่ที่ข้างธาตุจ้างร้ายข่ายคะจังงาสับดินพ่นน้ำนทีนองผัดผาย คอพรายหักทบท้าวพญามารอ่าวๆปูนกั๋วกราบยอมือขึ้นทูนหัวใส่เกล้า ผู้ข้านี้ได้จื่อว่าลูกศิษย์พระพุทธเจ้าต๋นมีบุญสมภารอันมากนัก พระพุทธเจ้าจึงจัดตั้งปารมีไว้เก้าจั้น ตั้งไว้ตั้งหน้าก่ได้เก้าจั้น ตั้งไว้ตังหลังก่าได้เก้าจั้น ตั้งแต่หัวแผวตีน ก่ได้เก้าจั้น ตั้งแต่ตีนแผวหัวก่าได้เก้าจั้นแสนวา ลูกปืนจักมาเสมอเหมือนฝนแสนห่า ก่จักบ่มาไก้ ข้าเจ้าก่เลยได้ว่า พุทธะคุนัง ธรรมมะคุนัง สังฆะคุนัง พุทธะอินทา ธรรมะอินทา สังฆะอินทา อัสอับอั้นแม่ธรณีผู้อยู่เหนือน้ำ ผู้อยู่ก้ำแผ่นดิน กอนข้าได้ระลึกกึ๊ดถึงคุณพระบิดา คุณพระมารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณพระแก้วตังสามผะกาน คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณแดด คุณฝน คุณลม คุณกุศลราชเจ้าก่ดี คุณพรุะต๋นภาวนาก่ดี คุณนางอุตราก่ดี คุณธรณีเจ้าก่ดี ขอหื้อจุ่งมาจ่วยฮักษาตังก้ำหน้าและก้ำหลังตนตั๋วแห่งข้าพระเจ้าในคืนวันนี้ยามนี้จุ่งแต๊ดีหลีแด่เต๊อะ

พุทโธ พุทธังรักษา ธัมโม ธัมมังรักษา สังโฆ สังฆังรักษา
พุทโธ พุทธังอะระหัง ธัมโม ธัมมังอะระหัง สังโฆ สังฆังอะระหัง
พุทโธ พุทธังกัณหะ ธัมโม ธัมมังกัณหะ สังโฆ สังฆังกัณหะ
อายุ วรรณโณ สุขัง พะลัง สาธุ

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อัฐิหลังย่น...ครูบาศรีวิชัย



การสร้างพระอัฐิหลังย่นรุ่งดัง กล่าวนี้ มีผู้บันทึกไว้ชัดเจนว่า สร้างเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จนถึงต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ถือว่าเป็นรุ่นที่ ๑ โดยมีพระครูประสาสน์สุตาคม เป็นองค์ประธานจัดสร้าง รุ่นที่ ๒ สร้างเมื่อ วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๖ และกล่าวกันว่า รุ่นที่ ๓ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยครูบาทึม พรหมเสโน รุ่นนี้ที่ใต้ฐานเจาะรูบรรจุเส้นเกศาครูบาเจ้าฯ ส่วนรุ่นสุดท้าย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ รุ่นนี้ด้านหลังจะมีชื่อวัดจามเทวีประทับเป็นเครื่องหมาย ลักษณะของ พระรุ่นอัฐิหลังย่นนี้ทุกรุ่นมีขนาดใกล้เคียงกันเท่ากัน มีหลายสี เช่น สีเขียว สีดำ สีแดง สีเหลือง สีอมเทา สีขาว องค์ที่สีเข้มมักจะมีขนาดย่อมกว่า และพบจำนวนน้อยกว่า มีรูปครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ เห็นลูกประคำ ผ้ารัดอก บางองค์เห็นใบหน้าชัดเจน ด้านหลังองค์พระตกแต่งให้ดินพูนพองาม เนื้อดินมีลักษณะเหี่ยวย่นคล้ายผิวหนังคนมีอายุ จึงได้ชื่อว่า รุ่นหลังย่น เนื่อง จากเป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาสายสกุลลำพูนวิธีการคัดสรรเนื้อดินจึงได้เนื้อ พระที่มีวรรณะไม่ต่างจากพระสกุลลำพูนโดยทั่วไป โดยเฉพาะพระอัฐิหลังย่นรุ่นแรกๆ ดูจะพิถีพิถันเป็นพิเศษ จุดประสงค์การสร้างพระครูบาเจ้าฯ รุ่นนี้ กล่าวกันว่าเพื่อหาทุนสร้างกู่ธาตุที่บรรจุอัฐิธาตุครูบาเจ้าฯ ในที่ต่างๆ ธุเจ้าเอาพระเครื่องใส่พานไว้กลางวิหาร วัดจามเทวี ใครต้องการเช่าบูชาก็หยอดเงินในตู้ องค์ละ ๕๐ สตางค์ หรือ ๑ บาท ตามกุศลเจตนา พอพระเครื่องใกล้จะหมดก็สร้างขึ้นอีกตามเวลาที่กล่าวข้างต้น ด้วยว่าพระเครื่องรุ่นนี้ มีส่วนผสมสำคัญคือเถ้าอัฐิของครูบาเจ้าฯ ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ในตัวอยู่แล้ว เช่นเดียวกับพระเกศาครูบาเจ้าฯ ที่แกนใจแห่งความนับถืออยู่ทีเส้นเกศา มิใช่อยู่ที่รูปแบบภายนอกของพระเครื่อง ทางด้านพุทธคุณ กล่าวกันอีกว่าพระเครื่องรุ่นนี้ ดีทางแคล้วคลาดและเมตตา ถือเป็นของดีหายาก พกติดตัว อุ่นใจเหมือนมีครูบาเจ้าบาเจ้าศรีวิชัย 

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประวัติครูบาเจ้าศรีวิชัย

ครูบาศรีวิชัย เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๑ ที่บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ในขณะเกิดปรากฎว่าฝนตกหนักฟ้าร้องดังกึกก้องตลอดเวลา บิดาและมารดาจึงตั้งชื่อว่า"อินทะเฟือน" ซึ่งแปลว่า "ฟ้าร้อง" เมื่ออายุได้ ๑๘ ปีได้บวชเณรตั้งแต่ยังเล็กได้บุญยิ่งกว่าบวชพระ เพราะเด็กยังมีความบริสุทธิ์อยู่ต่อมาจึงได้อุปสมบทเป็นพระ"ศรีวิชัย"ได้ศึกษาเล่าเรียนทางวิปัสสนาจนมีความ
รู้แตกฉานเป็นที่เคารพของชาวเมืองทั่วไปจนพากันเรียกว่า"ครูบา"ซึ่งหมายถึงพระภิกษุอาวุโส ตลอดชีวิตของครูบาศรีวิชัยได้บูรณะซ่อมแซมวัดวาอารามต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมากเป็นที่ศรัทธาของ
สานุศิษย์ เพียงออกปากก็ได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือเป็นอย่างดีเช่นการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพการบูรณะ
วัดสวนดอก บูรณะวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นต้นครูบาศรีวิชัย ถึงมรณภาพลงเมื่อวนัที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๑ ที่วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน อายุ ๖๐ ปีเศษพรรษได้ ๔๐ พรรษา


“อะยัง วุจจะติ สิริวิชะโย นามะ มหาเถโร อุตตะมะสีโล นะระเทเวหิ ปูชิโต โส ระโห ปัจจะยาทีนัง มะหะลาภา ภะวันตุ เม อะหัง วันทามิ สัพพะทา อะหัง วันทามิ สิระสา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ…”อธิบายความตามข้างบนว่า...”พระมหาเถระรูปนี้..” ซึ่งพุทธศาสนิกชนพากันเรียกขานว่า “พระมหาเถระศรีวิชัย” ผู้มีศีลอันอุดม ผู้อันเหล่านรชนและเทวดาพากันบูชา ท่านเป็นผู้สมควรแก่เครื่องสักการะบูชาอันมีปัจจัยสี่เป็นต้น ขอให้ลาภเป็นอันมากจงเกิดมีแก่ข้าพเจ้า... 

ข้าพเจ้าขออภิวาทซึ่งพระเถระเจ้ารูปนั้นตลอดเวลา ขอกราบไหว้ด้วยเศียรเกล้า ขอกราบไหว้ด้วยอาการทั้งปวง ขอให้สำเร็จประโยชน์ ขอให้สำเร็จประโยชน์ ขอให้สำเร็จประโยชน์ ข้าพเจ้าขออนุโมทนา